The Southeast Asian Consortium On Sexuality , And Health gender-sensitive approaches in sexuality and health research, policies and interventions
 

         Learning -> Thai-Lao E-Newslestter 

 

พลอดรักบนรถไฟฟ้า อย่าแค่ดราม่า! "ชลิดาภรณ์"ชี้ สังคมควรร่วมกันถกเถียงเพื่อการพัฒนา

กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดเลยทีเดียว สำหรับวิดิโอคลิปที่โพสต์ผ่านเฟสบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า "M-Meor Gotiiux" โดยคลิปดังกล่าวนั้น เป็นภาพของหญิงสาวคนหนึ่ง ที่กำลังตำหนิคู่รักซึ่งหญิงรักหญิง กำลังกอดกันอยู่บนรถไฟฟ้าบีทีเอส ในประเด็นความเหมาะสมของการแสดงออกทางความรัก ในพื้นที่สาธารณะ

มติชนออนไลน์ สัมภาษณ์ รศ.ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ นักวิชาการด้านสตรีนิยม คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถึงประเด็นดังกล่าวว่า สังคมไทยได้อะไรจากเหตุการณ์นี้ ซึ่งนักวิชาการท่านนี้ระบุว่า

"สิ่งที่คนในสังคมให้ความสนใจกับประเด็นของเรื่องนี้ ก็คือ "สื่อ" ได้หยิบยกเอามานำเสนอเป็นข่าวนั่นเอง เท่าที่ได้ติดตามจากคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต้องยอมรับว่าปัญหาดังกล่าวไม่ใช่แค่เกิดขึ้นในสังคมไทยเท่านั้น โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับ"ความเหมาะสม" ยิ่งในพื้นที่สาธารณะยิ่งเป็นปัญหามาก แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นคือ การตั้งคำถามกับคำว่า "ความเหมาะสม" มากกว่า เพราะ อะไรคือความเหมาะสม หรือสิ่งที่เหมาะ ที่สังคมจะได้ช่วยกันถกคิดเรื่องนี้

ที่บอกว่า "ฝรั่งก็ทำ" ก็อาจเป็นการยกข้ออ้างขึ้นมา แต่ที่จริงแล้วขอบเขตของความเหมาะสมก็มีแตกต่างกันออกไปของแต่ละกลุ่ม ที่บอกว่าฝรั่ง free sex ซึ่งคนไทย หรือ หลายคนไปเข้าใจว่า เขาเป็นอย่างนั้น ซึ่งแท้จริงแล้วมันอาจไม่ใช่ทั้งหมด เป็นแค่การเหมารวม และจริงๆแล้วในสังคมของเขาเองมันก็มีการโต้เถียงกันอยู่เรื่องความเหมาะสม" อ.ชลิดาภรณ์ กล่าว และว่า

"จริงๆแล้ว สังคมควรได้ถกเถียงกันในเรื่องนี้ มากที่สุด ไม่ใช่ปล่อยให้กลายเป็นเรื่องดราม่า ควรหยิบยกเอาเหตุการณ์เหล่านี้ แบบนี้เป็นโอกาสมากกว่า มาร่วมกันโต้เถียง เพื่อให้เกิดการพัฒนาไปสู่ความรู้อีกขั้น มันจะช่วยให้สังคมเกิดการพัฒนา"

ต่อข้อถามที่ว่า ที่กลายเป็นประเด็นใหญ่ขึ้นมา นั่นเป็นเพราะเกิดจากการกระทำของเพศทางเลือกหรือเปล่า แล้วถ้าเป็นความรักแบบชาย-หญิง จะเป็นอย่างไร สังคมจะคิดอย่างไร นั้น อ.ชลิดาภรณ์ กล่าวว่า "ถ้าคุณเห็นคนเพศเดียวกันเดินจับมือกัน เป็น หญิงกับหญิง หรือ ชายกับชาย แต่ละสังคมก็มองความเหมาะสมไม่เหมือนกัน เเม้แต่ชายเดินจับมือกับหญิงก็ตาม เพราะกรอบแต่ละสังคมก็มองไม่เหมือนกัน มาตรวัดแตกต่างกันออกไป" อ.ชลิดาภรณ์กล่าวต่อว่า

"ถ้าเป็นการแสดงออกแบบชายชาย ในบางสังคมนี่อาจเป็นลักษณะโลกแตกไปเลย แต่เหตุการณ์แบบนี้มันทำให้เราเห็นว่า มันมีการจัดลำดับความสำคัญของความเหมาะสมซึ่งผูกโยงกับเรื่องเพศวิถีแบบนี้อยู่"

"สิ่งที่ดิฉัน ต้องการเน้นย้ำกับสังคมไทยเราเองก็คือ คุณต้องปล่อยให้สังคมเกิดการโต้เถียงกันไป ในเรื่องของความเหมาะสม ซึ่งจะถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี การพยายามหาว่าฉันทามติของเรื่องนี้คืออะไร เป็นสิ่งที่ไม่ควรพยายามเลย พูดว่า อย่าพยายามเลยจะดีกว่า เพราะอะไร เพราะ รสนิยม ความเชื่อ มันเป็นเรื่องที่เคลื่อน ไปเคลื่อนมา การที่จะมีคน กอด จูบ กันในพื้นที่สาธารณะ มันก็ต้องมาถกเถียงกันในเรื่องความเหมาะสมของการแสดงออก"

สุดท้าย อ.ชลิดาภรณ์ ได้ฝากว่า

"การถกเถียงกันในประเด็นเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่สังคมควรหันมาให้ความสนใจ เพราะมันจะทำให้ตกผลึกความคิด เเละเห็นมุมมองความเหมาะสมผ่านจากหลากหลายฝ่าย โดยรัฐไม่ควรเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเรามาก และ กระทบกับการใช้ชีวิตผู้คนในสังคมมาก เมื่อเกิดเป็นประเด็นขึ้นมาจึงเป็นเรื่องที่เร็วมากต่อการพูดถึง ย้ำอีกว่าเราควรจะก้าวไปข้างหน้าด้วยการถกเถียง และรัฐไม่ควรยุ่งเกี่ยวเข้ามากำหนด หากต้องการให้เกิดการพัฒนาในเรื่องเสรีภาพ และประชาธิปไตยของประเทศ"

ชมคลิปเหตุการณ์จริง http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=nKjkTtLncT8

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1415158272


Read 418 Send to friends Pintting