The Southeast Asian Consortium On Sexuality , And Health gender-sensitive approaches in sexuality and health research, policies and interventions
 

         Learning -> Thai-Lao E-Newslestter 

 
<>

TGA-Thairath01

ปัจจุบันในเรื่องของปัญหาเกี่ยว กับกลุ่มกะเทยหรือคนข้ามเพศ ยังคงเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง สิทธิมนุษยชน ความเป็นธรรมทางเพศในกลุ่มกะเทย/คนข้ามเพศ การมีอคิติทางเพศต่อกลุ่มกะเทย และปัญหาต่างๆ อีกมากมายนับไม่ถ้วน ทำให้มีกลุ่มกะเทยกลุ่มหนึ่งจัดตั้งเครือข่ายเพื่อนกะเทยไทยขึ้นมา...

"ไทยรัฐออนไลน์" จะพาไปเจาะลึกถึงเครือข่ายฯ กับกลุ่มคนกลุ่มนี้ พร้อมทั้งเปิดตัวโฉมหน้าคณะทำงานเครือข่ายเพื่อนกะเทยไทย 

 

Q : เครือข่ายเพื่อนกะเทยไทยคืออะไร ? 

"เครือข่ายเพื่อนกะเทยไทย" คือ การรวมตัวของคนที่เกิดมาแล้วถูกระบุว่าเป็นชาย แต่รับรู้ว่าตัวเองเป็นอีกเพศหนึ่ง รวมถึงบุคคล กลุ่มคน และหน่วยงานที่สนับสนุนสิทธิมนุษยชนและสุขภาวะทางเพศของกะเทยในสังคมไทย

โดยมีเป้าหมายในการดำเนินงานคือ เพื่อ ส่งเสริมสิทธิมนุษยชนของกะเทยใน สังคมไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างรอบด้าน และเราก็ยังมีจุดประสงค์ที่จะรวบรวมข้อมูลและผลิตชุดข้อมูลความรู้ด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกะเทยในสังคมไทย และเสริมสร้างศักยภาพคนทำงานกับกลุ่มกะเทยในสังคมไทย พร้อมทั้งรณรงค์สร้างความเข้าใจในตัวตนและสิทธิของกะเทย และสร้างการมีส่วนร่วมกับเครือข่ายประชาสังคมอื่นๆ เพื่อพัฒนาสังคมไทย

 
TGA-Thairath02
เครือข่ายเพื่อนกะเทยไทย

Q : เครือข่ายฯ เกิดจากอะไร ก่อตั้งขึ้นมาได้ยังไง ? 

เครือข่ายนี้เกิดจากการประชุมเชิง ปฏิบัติการเพื่อพัฒนาเครือข่ายสาว ประเภทสองในประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 2 มีนาคม 2553 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากแผนงานสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศ มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง การประชุมดังกล่าวประกอบด้วยผู้ เข้าร่วมซึ่งเป็นนักกิจกรรม และนักวิชาการจากหน่วยงานภาคประชาสังคมที่ทำงานด้านส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและ สุขภาวะทางเพศ

โดยผลจากการประชุมในครั้งนั้น ผู้เข้าร่วมการประชุมทั้งหมดได้ร่วมกันก่อตั้ง “เครือข่ายเพื่อนกะเทยไทย” ขึ้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นเครือข่ายที่ทำงานกับกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า “กะเทย” เป็นครั้งแรกในประเทศไทย

เหตุผลที่ใช้คำว่า “กะเทย” เพราะเป็นอัตลักษณ์ทางเพศที่ดำรงอยู่ในสังคมตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน แสดงให้ห็นว่าบนโลกใบนี้ไม่ได้มีเพียงหญิงและชายเท่านั้น อีกทั้งเป็นการรื้อสร้างและให้ความหมายของคำใหม่ บนฐานของอิสระภาพ เสรีภาพในการกำหนดเจตจำนงในวิถีชีวิตของมนุษย์

โดยตอนนี้เครือข่ายฯ มีผู้ร่วมก่อตั้งและคณะทำงานหลายคน ได้แก่ 

คณะทำงาน

1.คทาวุธ เคท ครั้งพิบูลย์ 2.ฐิติญานันท์  หนักป้อ (ดอย)
 3.ณิชา รองราม (ณิชา)
 4.ปาณิสรา สกุลพิชัยรัตน์ (ปอย) 
5.พรพิพัฒน์ โพธาสินธุ์ (วุ้นเส้น)
 6.รัตนวัฒน์ จันทร์อำนวยสุข (รีน่า)
 7.เอกรินทร์ เกิดสูง (โก๋) 8.เจษฎา แต้สมบัติ (โน๊ต)

 
TGA-Thairath03
ดอย - เคท คณะทำงาน 
 
TGA-Thairath04
ณิชา - โก๋ - รีน่า คณะทำงาน
 
TGA-Thairath05
วุ้นเว้น - ปอย - โน๊ต คณะทำงาน

ที่ปรึกษาเครือข่าย

1 ณชเล บุญญาภิสมภาร (ฮั้ว) 2 รณภูมิ สามัคคีคารมย์ (รณ) 3.สุมาลี โตกทอง (จ๊อด)


 
TGA-Thairath06
จอร์ด - รณ - ฮั้ว ที่ปรึกษาเครือข่าย

Q : เครือข่ายนี้รวมไปถึงเพศไหนบ้าง กะเทยอย่างเดียว หรือ เกย์ ทอมดี้ด้วย

เครือข่ายนี้มุ่งเน้นการทำงานเพื่อกลุ่ม กะเทย/คนข้ามเพศ หรือคนที่รับรู้และนิยามตัวตนทางเพศ แตกต่างจากเพศกำเนิดและความคาดหวังของสังคม ในขณะที่ร่วมเรียนรู้ไปพร้อมกับบุคคล กลุ่มคน และหน่วยงานที่สนับสนุนสิทธิมนุษยชนและสุขภาวะทางเพศของกะเทยในสังคมไทยด้วย ดังชื่อที่เราก่อตั้งมา ที่มีทั้ง “เพื่อน” และ “กะเทย” อยู่ร่วมกันอย่างเป็นเครือข่าย

Q : เครือข่ายฯ เดินทางมาถึงขั้นตอนไหนมีการจดทะเบียน มีหน่วยงานไหนมาช่วยซับพอร์ตมั้ย เป็นมูลนิธิ สมาคม หรือชมรม ? 

ขณะนี้เครือข่ายฯ อยู่ระหว่างการระดมทุน เพื่อดำเนินการจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย ภายใต้ชื่อ “มูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยไทย” ในส่วนการดำเนินงานต่างๆ นั้น ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรทั้งในประเทศ และระหว่างประเทศเพียงเล็กน้อย เพราะเครือข่ายฯ ทำงานประเด็นสิทธิมนุษยชน ในมิติเรื่องความเป็นธรรมทางเพศในกลุ่มกะเทย/คนข้ามเพศ ซึ่งยังเป็นเรื่องใหม่และมีความท้าทายในการทำงานเรื่องสิทธิมนุษยชน หากเปรียบเทียบกับสิทธิพลเมือง สิทธิชุมชน สิทธิสิ่งแวดล้อม หรือสิทธิสัตว์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่ง

ทุนค่อนข้างมาก ดังนั้น เครือข่ายฯ จึงต้องการการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน แต่สิ่งที่เครือข่ายฯ ต้องการนั้นมิใช่เรื่องเงินหรืองบประมาณเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นการช่วยหนุนเสริมและสนับสนุนการทำงาน เช่น การส่งต่อข้อมูล การสื่อสารเชิงบวกในวงกว้างเรื่องวิถีชีวิตและตัวตนของกะเทย เพื่อให้ทุกคนในสังคมได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนทัศนคติ อันนำไปสู่การลดการลดความรุนแรง การตีตราและการเลือกปฏิบัติ

 
TGA-Thairath07
การอบรมมิสทิฟฟานี่กับสิทธิมนุษยชน โดย เครือข่ายเพื่อนกะเทย

Q : จากอดีตถึงปัจจุบันกลุ่มกะเทยหรือผู้หญิงข้ามเพศลำบากขนาดไหน ยกเป็นเคสให้ฟังหน่อย

จากงานวิจัยโครงการเพศวิถีที่หลากหลายใน ความหมายของครอบครัว ศึกษาวิจัยโดยอาจารย์ รณภูมิ สามัคคีคารมย์ อาจารย์ประจำคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำเนินโครงการโดยมูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ (FORSOGI) ภายใต้การสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พบว่า กะเทย/คนข้ามเพศ ถูกกระทำความรุนแรงทางโครงสร้างและความรุนแรงเชิงสังคมวัฒนธรรมมากถึง 38.4 เปอร์เซ็นต์

สถาบันที่กระทำความรุนแรงมากที่สุด คือ สถาบัน ครอบครัว รองลงมาคือสถาบันการศึกษา (โรงเรียนและมหาวิทยาลัย) และสุดท้ายคือสถานที่ทำงาน โดยพบรูปแบบความรุนแรงตั้งแต่ การด่าท่อ เสียดสี ประชดประชัน การทำร้ายร่างกาย การคุกคามทางเพศและล่วงละเมิดทางเพศ การปฏิเสธการรับบริการสุขภาพ ตลอดจนการไม่มีการคุ้มครองและรับรองสถานภาพทางกฎหมาย

Q : เคสที่กลุ่มนี่จะเข้าไปช่วย เป็นเคสไหนบ้าง เช่น ลำบาก ตกยาก โดนกระทำทางเพศ หรืออะไรบ้าง

กรณีการ ถูกปฏิเสธการทำบัตรประชาชนที่สำนักงานเขตพระโขนง เครือข่ายเพื่อนกะเทยไทย ได้รับการร้องเรียนผ่าน facebook ถึงการปฏิเสธการทำบัตรประชาชน โดยให้เหตุผลว่าแต่งกายไม่ตรงกับคำนำหน้าชื่อ โดยทำงานร่วมกับทางกรุงเทพมหานคร และมูลนิธิธีรนาถ กาญจนอักษร ทำหนังสือเรียนถึง ดร.ผุสดี ตามไท (อดีตรองผู้ว่าฯ) จนกระทั่งอดีตผู้ว่ากรุงเทพมหานครมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดกรุงเทพมหา นคร คำนึงถึงมาตรฐานการปฏิบัติที่พึงเคารพในคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และห้ามเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ การพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลนั้นให้ใช้การสแกนลายนิ้วมือเพื่อยืนยัน

 
TGA-Thairath08
กรณีการทำบัตรประชาชนกะเทย

Q : เข้าไปช่วยกะเทย (เพศที่สาม) อย่างไรบ้าง

1. การสนับสนุนในเชิงข้อมูล เช่น แนวปฏิบัติสำหรับกะเทยในกระบวนการเกณฑ์ทหาร, แนวปฏิบัติสำหรับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติต่อกะเทยที่เข้าร่วมการเกณฑ์ทหาร, แนวปฏิบัติเบื้องต้นในกรณีการเกิดภัยพิบัติสำหรับกะเทย, แนวปฏิบัติสำหรับครอบครัวและผู้ปกครองที่มีบุตรหลานเป็นกะเทย และแผ่นพับสุขภาวะกะเทย 3 ด้าน (การดูแลร่างกาย, การมีสุขภาวะทางเพศที่ดี และการรณรงค์หยุดระบุว่าคนข้ามเพศคือผู้ป่วยทางจิต) เป็นต้น

2. การสังเกตการณ์การตรวจเลือกทหารกองประจำการทุกปี จะมีกิจกรรมการลงพื้นที่สังเกตการณ์ในเขตต่างๆ ในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี เพื่อการติดตาม เฝ้าระวัง สนับสนุนและช่วยเหลือ ร่วมกับภาคีต่างๆ เช่น มูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ มูลนิธิธีรนาถ กาญจนอักษร และศูนย์ซิสเตอร์ เป็นต้น

3. การให้คำปรึกษาผ่านโทรศัพท์และเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social network) ได้3 ช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ http://www.thaitga.com/ หรือเฟซบุ๊ก เครือข่ายเพื่อนกะเทยไทย Thai Transgender Alliance-ThaiTGA และทวิตเตอร์ @ThaiTGA

 
TGA-Thairath09
กิจกรรมที่เครือข่ายเพื่อนกระเทยไทยจัดขึ้นมา

Q : สติถิระบุว่าประเทศไทยมีเพศทางเลือกมากน้อยแค่ไหน 

ไม่เคยมีการสำรวจจำนวนประชากรกะเทย/คน ข้ามเพศโดยรัฐ อย่างชัดเจนและเป็นทางการที่สามารถยืนยันได้ ดังนั้น ในเชิงประชากรของประเทศ รัฐบาลควรมีการสำรวจและจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อใช้ข้อมูลดังกล่าว ในการออกแบบและจัดบริการที่จำเป็นและเฉพาะสำหรับประชากรเปราะบางกลุ่มนี้

Q : การกระทำความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับกลุ่มกะเทยระหว่างปัจจุบันและในอดีตเป็นอย่างไร  

อันตราย ในระดับโลกจากโครงการการติดตามการสังหารกะเทย/คนข้ามเพศ (Trans Murder Monitoring) ที่เก็บข้อมูล (อัพเดตล่าสุด) ตั้งแต่ มกราคม พ.ศ. 2551 ถึง มีนาคม พ.ศ. 2557 โดย สภาคนข้ามเพศแห่งยุโรป (Transgender Europe) พบว่า มีกะเทย/คนข้ามเพศจำนวน 1,509 คน ถูกฆ่าสังหาร ใน 57 ประเทศทั่วโลก และคาดว่ายังมีคนข้ามเพศอีกจำนวนมากที่ถูกสังหารด้วยเหตุแห่งการเกลียดชัง แต่ไม่ถูกรายงานในสื่อกระแสหลักหรืออาจถูกรายงานภายใต้อัตลักษณ์ทางเพศอื่น

ใน ประเทศไทยอันตรายที่เกิดขึ้นกับกลุ่มกะเทย/คนข้ามเพศนั้น ที่สำคัญและยังไม่เปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คือ เรื่องอคติทางเพศ อันเนื่องมาจากความไม่รู้ ความไม่เข้าใจ และการได้รับข้อมูลข่าวสารที่คลาดเคลื่อนและไม่ถูกต้อง เช่น ความเชื่อว่ากะเทยคือความผิดปกติทางจิตและต้องบำบัดรักษา เชื่อว่ากะเทยมีอารมณ์รุนแรง หมกมุ่นเรื่องเพศ และเชื่อว่ากะเทยเป็นบาปกรรมจากชาติที่แล้ว เป็นต้น ส่งผลให้กะเทย/คนข้ามเพศต้องเผชิญกับการเลือกปฏิบัติและความรุนแรงในรูปแบบ ต่างๆ ตั้งแต่การถูกทำร้ายทางวาจา การถูกทำร้ายร่างกาย และการถูกฆาตกรรม เป็นต้น ประกอบกับการไม่มีกฎหมาย นโยบายในการพิทักษ์ รับรอง และคุ้มครองซึ่งอัตลักษณ์ทางเพศ ทำให้กะเทย/คนข้ามเพศในประเทศไทยเหมือนกับตายทั้งเป็น

Q : ปัจจุบันสังคมกะเทยเกิดขึ้นจากอะไรบ้าง ลอกเลียนแบบ หรือสังคมเปิดกว้างมากขึ้น 

ไม่ มีทฤษฎีและแนวคิดทางวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ที่สามารถอธิบายสาเหตุของการ เป็นกะเทยได้อย่างถูกต้องแท้จริง แต่ในหลักการสิทธิมนุษยชน และหลักการยอกยาการ์ต้า (Yogyakarta Principles) เป็นมาตรฐานแนวปฏิบัติและหลักกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยเรื่องเพศภาวะและ เพศวิถี ที่รัฐนั้นพึงเคารพและนำไปปฏิบัติ ได้ระบุไว้ว่า มนุษย์มีสิทธิกำหนดเจตจำนงในวิถีชีวิต และเป็นสิทธิของมนุษย์ที่จะใช้วิถีชีวิตทางเพศที่ตนเองต้องการ ดังนั้น การที่คนเกิดมาและเลือกทางเดินชีวิตทางเพศที่แตกต่างจากความคาดหวังของสังคม จึงถือเป็น อิสรภาพ เสรีภาพ ในการดำเนินชีวิต และมิใช่พฤติกรรมการเลียนแบบแต่อย่างใด

 
TGA-Thairath10
มิสทิฟฟานี่ กับเวทีสาธารณะ วันสากลเพื่อการยุติการเกลียดกลัวคนรักเพศเดียวกันและคนข้ามเพศ

Q : ปัญหาที่กลุ่มกะเทยส่วนใหญ่พบเจอเกิดจากอะไรบ้าง เช่น การใช้ชีวิตในการทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างไม่แปลกแยก

1.ปัญหาเรื่องความรุนแรงทางวาจา เช่น การด่าทอ เสียดสี ประชดประชัน อันเนื่องมาจากความเป็นกะเทย

2.ปัญหาการถูกคุกคามและถูกล่วงละเมิดทาง เพศ เช่น การถูกแซว การหยอกล้อ การถามคำถามเรื่องเพศและความเป็นเพศซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัวที่สร้างความอึด อัดคับข้องใจ การบังคับให้มีเพศสัมพันธ์กับเพศตรงข้าม และการข่มขืนเพราะเชื่อว่าสามารถทำให้กลับมามีบทบาททางเพศตามที่สังคมคาด หวัง

3.ปัญหาการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ เช่น การไม่อนุญาตให้สวมใส่ชุดนักเรียน นิสิตนักศึกษา ชุดรับปริญญา และเครื่องแบบการแต่งกายที่เหมาะสมกับตนเอง, การบังคับให้ปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอก (ตัดผม แต่งกายตามเพศกำเนิด) ในบางสาขาวิชาชีพ เช่น ครุศาสตร์ แพทยศาสตร์ เป็นต้น, การไม่อนุญาตให้แต่งงาน/สมรสกันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย, การถูกปฏิเสธการทำประกันชีวิต, การถูกปฏิเสธการจ้างงาน เลิกจ้าง ปรับลดตำแหน่ง และไม่มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เป็นต้น

Q : ในขณะที่ปัจจุบันกระแสของเหล่าเพศทางเลือกมีเยอะมาก กะเทยอยู่ในวงการ ในอาชีพในบ้าง อยากให้อาชีพไหนเปิดโอกาสให้กะเทยบ้าง 

“ศักยภาพไม่จำกัดเพศ” ดังนั้น กะเทยมีความสามารถในการประกอบอาชีพทุกอาชีพ แต่ด้วยสังคมไทยส่วนมากมักมีภาพเหมารวม ผ่านการนำเสนอของสื่อมวลชน เพียงบางแง่มุมในความสามารถของกะเทย ทำให้สังคมคาดหวังว่า กะเทยสามารถทำได้เพียงบางสาขาอาชีพ อาทิ วงการบันเทิง การประกวดความสวยงาม ช่างแต่งหน้า ช่างทำผม เป็นต้น

แต่แท้ที่จริงแล้วกะเทยนั้นมีความสามารถ และมีศักยภาพไม่แตกต่างจากหญิง และชายในสังคม หากระบบราชการและองค์กรนายจ้างมีระเบียบปฏิบัติ นโยบายต่างๆ ที่เปิดกว้างและละเอียดอ่อนต่อวิถีชีวิตของกะเทย กะเทยจะเป็นฟันเฟืองหนึ่งที่สามารถช่วยขับเคลื่อนให้หน่วยงานนั้นได้เจริญ ก้าวหน้าได้เช่นกัน

Q : ความฝันสูงสุดของเหล่ากะเทยคืออะไร 

ในฐานะ ที่เป็นองค์กรที่ทำงานเรื่องความเป็นธรรมทางเพศ มองว่า การสร้างสังคมไทยที่น่าอยู่สำหรับทุกคน และทุกเพศ สังคมที่ปราศจากการเลือกปฏิบัติ การตัดสินและการให้คุณค่าความเป็นคนที่แตกต่างจากตนเองไม่ว่าจะเป็น สีผิว เชื้อชาติ เพศ ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมือง การเคารพและเห็นคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่แท้จริง เป็นความฝันสำหรับทุกคนไม่ใช่เฉพาะกะเทย

 
TGA-Thairath11
เครือข่ายเพื่อนกะเทยไทย

Q : อนาคตของเครือข่ายเพื่อนกะเทยไทย จะเป็นยังไงเดินไปไหนทิศทางไหน ? 

แนวโน้มว่ามีการรวมกลุ่ม เพื่อสร้างการโอบอุ้มและสนับสนุนภายในกลุ่มเพิ่มมากขึ้น ในระดับโรงเรียน มหาวิทยาลัย และองค์กรต่างๆ รวมถึงในโลกออนไลน์ ด้วยเช่นกัน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของกลุ่มคน

การทำงานและการขับเคลื่อนเพื่อความเป็น ธรรมทางเพศนั้น ต้องอาศัยความร่วมมือกับภาคีภาคประชาสังคมอื่นๆ เพราะประชากรกะเทย/คนข้ามเพศนั้น เป็นกลุ่มประชากรที่มีอยู่ในทุกมิติของการทำงานของภาคประชาสังคมและมีอยู่ใน ทุกภาคส่วน ดังนั้น การแสวงหาความร่วมมือและสร้างความตระหนักเรื่องความเป็นธรรมทางเพศ จึงต้องเป็นหน้าที่ของทุกคนในสังคม เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าในอนาคตคนที่อยู่แวดล้อมตัวเรา เพื่อนของเรา คนในครอบครัวของเราอาจจะเป็นกะเทย/คนข้ามเพศ

สุดท้ายคณะทำงานเครือข่ายเพื่อนกะเทยไทย ทิ้งท้ายไว้ว่า อยากให้ทุกคนมาร่วมเป็นพลังในการเปลี่ยนแปลงสังคมให้น่าอยู่สำหรับทุกเพศกับ พวกเขาได้ที่เว็บไซต์ http://www.thaitga.com/ หรือเฟซบุ๊ก เครือข่ายเพื่อนกะเทยไทย Thai Transgender Alliance-ThaiTGA และทวิตเตอร์ @ThaiTGA 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.thairath.co.th/content/437582


Read 893 Send to friends Pintting