The Southeast Asian Consortium On Sexuality , And Health gender-sensitive approaches in sexuality and health research, policies and interventions
 

         Learning -> Thai-Lao E-Newslestter 

 
lgbtbabayเพราะโลกใบนี้ไม่ได้มีเพียงเด็กหญิงและเด็กชาย
เจษฎา แต้สมบัติ เครือข่ายเพื่อนกะเทยไทย[i]

งานวันเด็กครั้งแรกถูกจัดขึ้นเมื่อวัน ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2498 และได้กำหนดให้วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม เป็นวันเด็กแห่งชาติ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2506 ได้มีมติเปลี่ยนแปลงวันเด็กแห่งชาติมาเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม โดยเริ่มจัดงานวันเด็กในปี พ.ศ. 2508 เป็นต้นมา[ii] วันดังกล่าวถือเป็นวันสำคัญที่เปิดโอกาสให้แม่พ่อผู้ปกครองและบุตรหลานได้ไป ท่องเที่ยวและทำกิจรรมมากมายตามสถานที่สำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัย ห้องสมุดประชาชน พระราชวัง ค่ายทหารและกองบิน รวมถึงห้องทำงานของผู้นำประเทศ เด็กหลายคนต่างตั้งหน้าตั้งตารอวันดังกล่าว รวมถึงตัวผู้เขียนในสมัยเด็กๆ ด้วยเช่นกัน แต่สาระสำคัญของวันดังกล่าว คือ การตระหนักและเห็นคุณค่าของเด็กเป็นสำคัญ ซึ่งประเทศไทยได้ลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child-CRC) เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2535 และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2535[iii] เป็นหลักการสิทธิมนุษยชนที่เน้นเรื่องการห้ามเลือกปฏิบัติต่อเด็ก การให้ความสำคัญแก่เด็กทุกคนอย่างเท่าเทียม และการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็ก

“เด็ก” คือ บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส[iv] เป็นความหมายในพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ซึ่งเด็กนั้นมิได้มีเพียงเด็กหญิงและเด็กชายตามที่สังคมกำหนดจากเพศสรีระ (SEX) เท่านั้นที่ควรได้รับการพิทักษ์ รับรอง และคุ้มครองสิทธิทางกฎหมาย แต่เด็กยังมีความหลากหลายและแตกต่างในวิถีชีวิตทางเพศ บางคนกำลังเรียนรู้ บางคนได้เลือกวิถีชีวิตทางเพศที่แตกต่างจากบรรทัดฐานและความคาดหวังของสังคม พบว่าเด็กมัธยมศึกษาถึงอุดมศึกษาเฉลี่ยร้อยละ 43 มีเพื่อนร่วมชั้นเรียนเป็นผู้รักเพศเดียวกัน และเด็กโดยเฉลี่ยจะมีเพื่อนเป็นผู้รักเพศเดียวกันเฉลี่ย 3 คน ต่อชั้นเรียนซึ่งเป็นแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น[v] ซึ่งเด็กที่เป็นกะเทย ทอม ดี้ เลสเบียน หญิงรักหญิง เกย์ และชายรักชายเหล่านี้ มีแนวโน้มจะถูกกลั่นแกล้ง ถูกกระทำความรุนแรง ถูกเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งความแตกต่างทางเพศ จากสถาบันครอบครัวและสถาบันการศึกษา กล่าวคือ

ครอบครัวในสังคมไทย หลายๆ ครอบครัวยังให้คุณค่าจากเพศสรีระ (SEX) และมีความคาดหวังในบทบาททางเพศ (Gender) เกิดมามีจิ๋มถูกกำหนดให้เป็นเด็กหญิง (ด.ญ.) ต้องสุภาพ เรียบร้อย อ่อนโยน ต้องดูแลครอบครัว หากเกิดมามีจู๋ถูกกำหนดให้เป็นเด็กชาย (ด.ช.) ต้องเข้มแข็ง กล้าหาญ ต้องเป็นผู้นำครอบครัวในอนาคต เมื่อเด็กไม่สามารถปฏิบัติตามความคาดหวังของครอบครัวได้ หรือเมื่อพ่อแม่ผู้ปกครองรับรู้ว่าบุตรของตนเป็นกะเทย ทอม ดี้ เลสเบียน หญิงรักหญิง เกย์ และชายรักชาย ก็จะพยายามบังคับให้เด็กปฏิบัติตัวตามเพศที่สังคมคาดหวัง ผ่านวิธีการกระทำความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ เช่น การด่าทอ เสียดสี การทุบตี ทำร้ายร่างกาย การบังคับให้บวช การบังคับให้มีเพศสัมพันธ์และข่มขืนจากเพศตรงข้าม เป็นต้น ข้อมูลของมูลนิธิหญิง-ชายก้าวไกล พบว่า ปัจจุบันความรุนแรงทางเพศยังเกิดขึ้นกับกลุ่มหลากหลายทางเพศมากขึ้น โดยพบกรณีพ่อข่มขืนลูก โดยอ้างว่าลูกไปคบกับทอม กรณีชายข่มขืนทอม โดยอ้างว่าให้กลับใจเป็นผู้หญิง ซึ่งผู้กระทำคิดเพียงว่า หากสามารถกระทำต่อกลุ่มหลากหลายทางเพศได้ก็จะทำเพราะมองว่าเป็นเรื่อง ธรรมดา[vi] ไม่มีแนวคิดและทฤษฎีใดที่สามารถอธิบายถึงสาเหตุปัจจัยและการปรับเปลี่ยนอัต ตลักษณ์และรสนิยมทางเพศของคนรักเพศเดียวกันและคนข้ามเพศได้อย่างแท้จริง แต่สิ่งที่ควรคำนึงมากกว่านั้นคือ การหนุนเสริมอย่างไรให้เด็กเหล่านั้นได้เติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ ดีในบริบทสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม

โรงเรียนเป็นสถาบันขัดเกลาทางสังคม ลำดับรองจากสถาบันครอบครัว ที่เด็กจะใช้ชีวิตในพื้นที่นี้ส่วนใหญ่ จะพบความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเด็กนักเรียนที่มีความหลากหลายทางเพศ ผ่านการหยอกล้อ กลั่นแกล้ง ทำอับอาย เลือกปฏิบัติ คุกคามและล่วงละเมิดทางเพศ จากเพื่อนด้วยกันและจากครูอาจารย์ในโรงเรียน เช่น เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2555 กรณีคุณพรทิพา สุพัฒนุกูล คุณแม่วัยอายุ 40 ปี พิธีกรสถานีวิทยุโทรทัศน์เสียงประชาชน 13 สยามไท เข้าพบ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีอาจารย์ใหญ่และอาจารย์ประจำชั้นของโรงเรียนเอกชนแห่ง หนึ่งใน อ.สามพราน จ.นครปฐม รวม 3 คน ที่ด่าและประจานน้องเจินเจิน (นามสมมติ) ลูกชายอายุ 14 ปี ที่หน้าห้องว่าเป็นกะเทย หลังจับได้ว่าลูกแอบนำเสื้อซับในผู้หญิงไปใส่ ส่งผลให้น้องเจินเจิน (นามสมมติ) คิดสั้นกินยาพาราเซตามอลฆ่าตัวตาย แต่แพทย์โรงพยาบาลวิชัยเวช อ.อ้อมน้อย จ.สมุทรสาคร ทำการล้างท้องช่วยชีวิตไว้ได้[vii] เป็นต้น

TGsensor12012013อีก ทั้งเด็กที่มีความหลากหลายทางเพศต้องเรียนรู้วิถีชีวิตทางเพศที่เหมาะสมกับ ตนเองจากกลุ่มเพื่อนที่มีอัตลักษณ์ทางเพศ และรสนิยมทางเพศใกล้เคียงกัน เช่น เด็กที่เป็นกะเทยก็จะเรียนรู้การ ปรับเปลี่ยนเนื้อตัวร่างกายผ่านการรับประทานฮอร์โมนหญิงและยาคุมกำเนิด การแต่งกายจากกลุ่มเพื่อนและรุ่นพี่ เป็นต้น เพราะเนื้อหาหลักสูตรรายวิชาสุขศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้เรื่องเพศ สรีระ (Sex) เพศภาวะ (Gender) และเพศวิถี (Sexuality) ส่วนใหญ่เกี่ยวกับอนามัยเจริญพันธ์ที่เน้นเฉพาะผู้หญิงและผู้ชาย ในขณะเดียวกันเนื้อหาที่เกี่ยวกับบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศก็ผลิตซ้ำและ ตอกย้ำอคติทางเพศ เช่น ภาพนางงามแต่ตามีแถบคาดสีดำปกปิดใบหน้าราวกับอาชญากร ไม่ใช่ภาพจากหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์หัวสีชื่อดังของไทย แต่เป็นภาพมาจากหนังสือเรียนสุขศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่ง ที่ใต้ภาพบรรยายว่าบุคคลเหล่านี้เป็นคนที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ อีกทั้งยังกล่าวว่า “ความสัมพันธ์ของพวกรักร่วมเพศมักไม่ค่อยยั่งยืน เมื่ออีกฝ่ายแยกตัวไปมักจะเกิดความโกรธแค้นรุนแรง อิจฉา และทำร้ายร่างกายได้”[viii]

จากที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงปราก ฎการณ์ตัวอย่างเท่านั้นที่แสดงให้เห็นถึงอคติทางเพศที่ยังดำรงอยู่ในสังคม ไทยที่ผลิดอกออกผลเป็นความรุนแรง การตีตรา การเลือกปฏิบัติในรูปแบบต่างๆ อันเป็นผลพ่วงมาจากองค์ความรู้ที่มีอคติทางการแพทย์ที่อดีตเคยระบุว่าเป็น ความผิดปกติทางจิตแต่ยังฝั่งรากเหล้าความเชื่ออยู่ ประกอบกับวาทกรรมศาสนาที่มองว่าเป็นความผิดบาปทำให้บุคคลที่มีความหลากหลาย ทางเพศถูกลดคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ในอนุสัญญาสิทธิว่า ด้วยเด็กได้ระบุไว้ชัดเจนว่ารัฐจะต้องเคารพและประกันซึ่งสิทธิของเด็กที่ กำหนดไว้ในอนุสัญญา โดยปราศจากการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งความแตกต่าง เช่น เชื้อชาติ สีผิว เพศ ภาษา ศาสนาฯ เป็นต้น ดังนั้น การทำงานของหน่วยงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องและปฏิสัมพันธ์กับเด็กไม่ว่าจะ เป็นภาครัฐและเอกชน ควรให้ความสำคัญกับความละเอียดอ่อน แตกต่างและหลากหลายของเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องเพศ คือ 1) ต้องเคารพการตัดสินใจในการเลือกวิถีชีวิตทางเพศของเด็ก เพราะโลกใบนี้ไม่ได้มีเพียงหญิงและชาย 2) ต้องสนับสนุนข้อมูลสุขภาวะทางเพศอย่างรอบด้าน เพื่อสร้างการเรียนรู้และส่งเสริมพัฒนาการทางเพศที่ดีในทุกช่วงวัย และ 3) ต้องสร้างการมีส่วนร่วมและฟังเสียงของเด็กที่ความแตกต่างในเชื้อชาติ สีผิว เพศ ภาษา ศาสนา ชาติพันธุ์ ในการกำหนดกฎ  ระเบียบต่างๆ ที่จะมีผลบังคับใช้กับเด็กเหล่านั้น เพื่อให้เด็กที่มีความหลากหลายทางเพศได้รับพิทักษ์ รับรอง และคุ้มครองทางกฎหมายอย่างเท่าเทียม

สุดท้ายผู้เขียนขอยกย่องเด็กที่ เป็นกะเทย ทอม ดี้ เลสเบียน หญิงรักหญิง เกย์ และชายรักชายที่กล้าลุกขึ้น ยืนยันอัตลักษณ์และวิถีชีวิตทางเพศของตนเอง เพราะคุณกำลังสร้างให้เกิดการเรียนรู้กับคนรอบข้างว่าโลกใบนี้ไม่ได้มีเพียง หญิงและชายเท่านั้น แสดงให้เห็นถึงสิทธิและเสรีภาพในการกำหนดเจตจำนงในวิถีชีวิตทางเพศของมนุษย์ อย่างแท้จริง

----------------------------------------------------
[i] การรวมตัวของกะเทยเพื่อทำงานเพื่อการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมที่เป็นธรรมทางเพศ www.thaitga.com
[ii] วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. วันเด็กแห่งชาติ (ประเทศไทย), 3 มกราคม 2556. http://th.wikipedia.org/wiki/วันเด็กแห่งชาติ_(ประเทศไทย)
[iii] อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก Convention on the Rights of the Child-CRC
[iv] พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546
[v] กองบริหารกองทุน สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. แผนยุทธศาสตร์กองทุนคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2555 – 2557, 3 มกราคม 2556. http://www.fund.m-society.go.th/ไฟล์งาน/กองทุนคุ้มครองเด็ก/แผนยุทธศาสตร์ กองทุน/แผนยุทธศาสตร์กองทุนคุ้มครองเด็ก ปี 2555 - 2557.pdf [vi] มติชนออนไลน์. (2555). การใช้ความรุนแรงกับผู้หญิงยังรุนแรง เผยพ่อข่มขืน "ลูกทอม" ให้เป็นหญิง, 3 มกราคม 2556. http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1331619744
[vii] ทีมข่าวอาชญากรรม. (2555). พิธีกรสาวร้อง ป.ครูประจานลูกเป็นตุ๊ดจนคิดสั้นฆ่าตัวตาย, 3 มกราคม 2556. http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9550000083002
[viii] รัตนวัฒน์ จันทร์อำนวยสุข. (2555). หยุดลงภาพประจานเพศแตกต่างในหนังสือเรียน, 3 มกราคม 2556. http://www.change.org/th/แคมเปญรณรงค์/หยุดลงภาพประจานเพศแตกต่างในหนังสือ เรียน

Read 319 Send to friends Pintting